เมนูหลัก
หน้าหลัก
ความเป็นมา
ลักษณะที่ตั้ง
คณะกรรมการ
หน่วยงานที่ร่วมดำเนินงาน
ผลการศึกษา พัฒนา และวิจัย
วัตถุประสงค์
หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ
แผนที่การเดินทาง
กิจกรรมการดำเนินงาน
งานชลประทาน
งานศึกษาและพัฒนาป่าไม้
งานศึกษาและพัฒนาเกษตกรรม
งานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์
งานศึกษาและพัฒนาด้านประมง
งานศึกษาและพัฒนาปรับปรุงบำรุงดิน
งานส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว
งานส่งเสริมสาธารณสุข
งานฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
งานส่งเสริมเกษตร
งานขยายผลสู่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ
งานศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง
กลุ่มเกษตรกร
กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน
กลุ่มราษฏรอาสาสมัครป้องกันรักษาป่า
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
กลุ่มอาชีพเกษตรกรในครอบครัว
เวบไซต์ที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ
มูลนิธิชัยพัฒนา
สำนักงาน กปร.
กรมชลประทาน
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมวิชาการเกษตร
กรมปศุสัตว์
กรมประมง
กรมพัฒนาที่ดิน
กรมส่งเสริมอุตสาหหกรรม
กระทรวงสาธารณสุข
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมพัฒนาชุมชน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ
จังหวัดสกลนคร

 

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อโครงการ การศึกษาอัตราการใช้ปุ๋ยเคมีและช่วงบังคับการออกดอกที่มีต่อขนาดและคุณภาพของสับปะรด
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชสวน
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ -
บทคัดย่อ

            ปลูกสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียขนาดแปลงย่อย 6 x 6 เมตร ระยะปลูก 100 x 50 x 25 เวนติเมตรใช้ปุ๋ยเกรด 12-12-15 อัตรา 50 กรัมและ 100กรัม/ต้น/ฤดู พบว่า การใช้ปุ๋ย 12-12-15 อัตรา 50 กรัม และ 100 กรัม/ต้น/ฤดู ให้ผลการเจริญเติบโต เช่น น้ำหนักต้น จำนวนใบใกล้เคียงกัน สำหรับผลผลิตน้ำหนักเฉลี่ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การใช้ปุ๋ย 50 กรัม ให้น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.77 กิโลกรัม การใช้ปุ๋ย 100 กรัม น้ำหนัก 1.8 กิโลกรัม เปอร์เซ็นต์ Brix ไม่แตกต่างกันเฉลี่ย 15-16 และการใช้ปุ๋ยอัตราสูงทำให้การออกดอกก่อนกำหนดลดลงแล้วยัง พบว่า ควรทำการบังคับดอกหลังจากปลูก 12 เดือน และใช้ปุ๋ยเกรด 12-12-15 อัตรา 50 กรัม/ต้น/ฤดู


ชื่อโครงการ การศึกษาเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของหน่อไม้ฝรั่ง
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชสวน
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ -
บทคัดย่


           ศึกษาและทดสอบการปลูกโดยใช้พันธุ์แม่รี่วอชิงตัน พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ระยะเวลาปลูก 4 ระยะ ใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เกรด 15-15-15 อัตรา 150 กิโลกรัม/ไร่/ปี โดยปลูกเพื่อเก็บเหน่อ พบว่าควรใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 1.25 เมตร หรือ 1 เมตร ระยะระหว่างต้น 50 เซนติเมตร ให้ผลผลิตเฉลี่ย 5 กิโลกรัม/วัน พื้นที่ปลูกควรเป็นที่ดอนระบายน้ำดี ควรใช้ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์แต่ไม่ควร ใช้มูลวัวเพราะจะมีปัญหาวัชพืชมาก
 

ชื่อโครงการ ศึกษาวิธีการปลูกสบู่ดำ
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชสวน
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ -
บทคัดย่

             ได้ดำเนินการรวบรวมพันธุ์จากศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น
เพาะเมล็ดและนำมาปลูกลงแปลงจำนวน 400 ต้น
โดยใช้ระยะปลูก 2*1 เมตร ในพื้นที่ 800 เมตร ปลูก 10 แถวๆละ 40 ต้น
พบว่าหลังจากลงแปลงปลูกอายุประมาณ 3 เดือน
จะเริ่มแทงช่อดอก หลังจากออกดอกประมาณ 2 เดือน
ก็สามารถเก็บผลผลิตได ผลผลิตปีแรกได้เฉลี่ย 70 กิโลกรัม/ไร่


ชื่อโครงการ การทดสอบการปลูกพืชร่วมกับมันสำปะหลัง
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชไร่
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2535
บทคัดย่

              ทำการศึกษาโดยใช้พันธุ์ถั่วลิสงและถั่วพุ่มเป็นพืชแซมเปรียบเทียบกับมันสำปะหลัง
ถั่วลิสงกับถั่วพุ่มเป็นพืชเดี่ยว ทำการศึกษาที่บ้านนานกเค้า ดำเนินการในปีพ.ศ. 2535 พบว่า
การปลูกพืชแซมจะมีผลทำให้ผลผลิตของมันสำปะหลังลดลง 17-18% โดยการปลูกมันสำปะหลังเป็นพืชเดี่ยว
จะทำให้ผลผลิตหัวมันสด 3,540 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อปลูกถั่วพุ่มเป็นพืชแซมจะได้ ผลผลิตมันสำปะหลัง 2,934 กิโลกรัม/ไร่
และเมื่อปลูกถั่วลิสงเป็นพืชแซมผลผลิตของมันสำปะหลังจะลดลงเหลือ 2,889 กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตของถั่วพุ่มค่อนข้างจะต่ำโดยที่ปลูกเป็นพืชเดี่ยวจะทำให้ผลผลิต 207 กิโลกรัม/ไร่ แต่เมื่อปลูกเป็นพืชแซม
มันสำปะหลัง ผลผลิตถั่วพุ่มจะลดลงเหลือ 179 กิโลกรัม/ไร่


ชื่อโครงการ การศึกษาเบื้องต้นในการปลูกกาแฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชสวน
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2535
บทคัดย่อ


             พื้นที่ในการดำเนินการ 1 ไร่ ปลูกกาแฟในสายพันธุ์ต่างๆ แซมในพื้นที่ป่าไม้สลับในแถวต้นขี้เหล็กและป่าธรรมชาติระยะปลูก 4x4 เมตร
ปลูกเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนพ.ศ. 2529 กาแฟอราบิก สายพันธุ์มูเซอร์ ต้นเตี้ยให้ผลผลิตมากที่สุด
รองลงมา คือ อราบิกลูกเหลือง และบลูเมาเท่น สำหรับปี 2532 ได้นำกาแฟคาติบเตอร์ จำนวน 5 สายพันธุ์
ปราฎกว่า สายพันธุ์ 8-2-15 การเจริญเติบโตดีที่สุด รองลงมาได้แก่ สายพันธุ์ 4-1-25
การเจริญเติบโตเท่ากับสายพันธุ์ 14-1-82 เป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตช้าที่สุดไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศ
ผลผลิตกาแฟคาติมอร์ ทั้ง 4 สายพันธุ์ ในปีพ.ศ.2534ไม่สามารถเก็บผลผลิตได้


ชื่อโครงการ การเปรียบเทียบผลผลิตหม่อนลูกผสม
ผู้ดำเนินการ กิจกรรมพืชสวน
หน่วยงาน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ฯ (งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรม)
ระยะเวลาดำเนินการ พ.ศ. 2535
บทคัดย่อ

             ปลูกหม่อนในแปลงทดลองแต่ละสายพันธุ์และเก็บใบชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลผลิตแต่ละสายพันธุ์
ที่ใช้ในการทดลอง มีพันธุ์ บร.60,บร.7, บร.51, บร.18, และ บร.20 จากการทดสอบผลผลิตหม่อนลูกผสมชุดที่ 2
สายพันธุ์โดยการใช้พันธุ์บร.60,บร.7, บร.51, บร15,บร.18, และ บร.20ที่กิจกรรมหม่อนไหมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ
วางแผนแบบ R.C.B. 4 ซ้ำ ปรากฎว่า หม่อนพันธุ์ บร.60 ให้ผลผลิตสูงสุดโดยเฉลี่ยประมาณ 2,074 กิโลกรัม/ไร่
และเหมาะสมที่จะเป็นพันธุ์ขยาย










              

     

 


 









 
 
 
 

 

 

 

 

 

Home

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000 โทรศัพท์ 0-4274-7458-9 โทรสาร. 0-4274-7460
© Copyright www.royal.rid.go.th/phuphan, Best view : Internet Explorer 6.0 or better : 800 x 600 pixels : @puparn.com